081-7056585

ba-rsu@rsu.ac.th

10 ตัวชี้วัด Digital Marketing

             ปัจจุบันการทำธุรกิจคงหลีกเลี่บงการทำการตลาดออนไลน์ไปไม่ได้เลย เพราะการทำการตลาดออนไลน์ถือเป็นช่องทางที่ทำให้เราสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ง่าย และสามารถทำได้ทุกที่บนโลก ขอเพียงคุณมีแค่อินเทอร์เน็ต อีกทั้งการทำการตลาดออนไลน์ยังตรวจสอบประสิทธิภาพได้อีกด้วย วันนี้ทางคณะบริหารธุรกิจ จะพาทุกคนมารู้จักกับ 10 ตัวชี้วัดที่คุณควรรู้ใน Digital Marketing กัน เราไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

10 ตัวชี้วัดที่คุณควรรู้ใน Digital Marketing #การตลาด

10 ตัวชี้วัด_ตัวชี้วัดเชิง Awareness

ตัวชี้วัดเชิง Awareness

             • Impression คือ จำนวนครั้งทั้งหมดที่โฆษณาถูกแสดงขึ้นมา ไม่ว่าจะแสดงกับคนเดิม หรือคนใหม่ ก็จะถูกนำมานับรวมด้วย หรือพูดง่ายๆว่า โฆษณาแสดงขึ้นมากี่ครั้ง ก็จะถูกนับหมด ถึงแม้ว่าจะซ้ำคนเดิม

             • Reach หลายๆคนจะสับสนกับ Impression จริงแล้ว Reach คือ จำนวนครั้งที่โฆษณาถูกแสดงขึ้น แต่จะไม่นับ หากมีการแสดงโฆษณาซ้ำคนเดิม เช่น คนหนึ่งอาจจะเห็นโฆษณานี้ 4 ครั้งแต่ Reach จะนับเป็น 1 เท่านั้น

               **สรุปสั้นๆ สำหรับ Impression และ Reach

                   – Impression คนหนึ่งเห็นโฆษณา 4 ครั้ง Impression = 4 ครั้ง

                   – Reach คนหนึ่งเห็นโฆษณา 4 ครั้ง Reach = 1 ครั้ง

               • CPM หรือ Cost per Mille (ต้นทุนต่อการแสดงผลพันครั้ง) คือ การคิดค่าโฆษณาต่อการแสดงผล 1,000 ครั้ง

10 ตัวชี้วัด_ตัวชี้วัดเชิง Action

ตัวชี้วัดเชิง Action

               • Conversion คือ การกระทำบางอย่างที่เราต้องการจากผู้เห็นโฆษณา หรือพูดง่ายๆคือเปลี่ยนจากการชม มาสนใจในสินค้าหรือบริการของเรา เช่น การซื้อสินค้า การสมัครรับข้อมูลข่าวสาร เป็นต้น

             • CR หรือ Conversion rate คือ สัดส่วนจำนวนคลิก กับ Conversion (Conversion/click) ยิ่งค่า CR ของเราสูงเท่าไหร่แสดงว่าเราประสบความสำเร็จในการทำโฆษณาออนไลน์มากเท่านั้น

              • ROI หรือ Return on Investment คือ อัตราผลกำไรที่เราได้จากต้นทุนทั้งหมดที่เราลงทุน โดยเป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง เพื่อดูว่าเราได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าหรือไม่จากการทำโฆษณาออนไลน์

10 ตัวชี้วัด_ตัวชี้วัดเชิง Engagement

ตัวชี้วัดเชิง Engagement

             • CTR หรือ Click Trough rate คือ อัตราส่วนที่แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่ชมโฆษณาของเรามีการคลิกโฆษณาบ่อยแค่ไหน ซึ่งเราสามารถนำอัตราส่วนตรงนี้ไปใช้ประโยชน์ในการวัดประสิทธิภาพต่างๆของโฆษณาเราได้ เช่น ข้อมูล ตำแหน่งโฆษณา คีย์เวิร์ด เป็นต้น

             • CPC หรือ Cost Per Click (ต้นทุนต่อการคลิก) คือ การคิดค่าโฆษณา โดยใช้ต้นทุนค่าโฆษณาเท่าไหร่ต่อการคลิก เช่น เรามีต้นทุน 1,500 บาท มีการคลิกดูเข้ามาดูโฆษณา 300 ครั้ง ต้นทุนต่อการคลิกของเราจะเท่ากับ 5 บาท นั่นเอง (1,500/300 = 5)

10 ตัวชี้วัด_ตัวชี้วัดอื่นๆ

ตัวชี้วัดอื่นๆ

               • Bounce Rate คือ การที่มีผู้ชมโฆษณา หรือเว็บไซต์ของเรา แล้วกดออกจากหน้านั้นๆทันที ยิ่งค่า Bounce Rate สูงเท่าไหร่ ยิ่งแสดงให้ว่าโฆษณาหรือหน้าเว็บนั้น ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ หรือเกิดปัญหาบางอย่างขึ้น เราควรต้องรีบแก้ไขให้เร็วที่สุด

               • CPL หรือ Cost per Lead คือ การคำนวณค่าใช้จ่ายของข้อมูลของคนที่สนใจจะซื้อสินค้าหรือบริการของเรา หากค่า CPL สูงจนเกินไปอาจจะส่งผลเสียกับธุรกิจของเรา เพราะนั่นแสดงให้เราเห็นว่าเรามีต้นทุนมากขึ้นและได้กำไรน้อยลง

สามารถอ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่  บทความ คณะบริหารธุรกิจ –  (rbsrsu.com)

ขอบคุณข้อมูลจาก : marketingoops  และ g-able

#บริหารรังสิต #RBSRSU #Dek65 #มอรังสิต #การตลาด #บริหารธุรกิจ #บริหารธุรกิจดิจิทัล

contact

โทร : 02-791-6000
หรือโทร : 081-7056585
แฟ็กซ์ : 02-791-5577
อีเมล : ba-rsu@rsu.ac.th
Line @rbsrsu

Address

มหาวิทยาลัยรังสิต เลขที่ 52/347
หมู่บ้านเมืองเอก ถ.พหลโยธิน
ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี 12000

 

Link

มหาวิทยาลัยรังสิต
สำนักงานทะเบียนมหาวิทยาลัยรังสิตบัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยรังสิต
TJ
QA 
RBS

Follow Us

© Rangsit Business University

Scroll to Top