081-7056585

ba-rsu@rsu.ac.th

10 SEO

เครื่องมือและเทคนิคการเขียนบทความ SEO ที่ควรรู้ #ธุรกิจดิจิทัล    

          จากครั้งที่แล้ว เราได้พูดคุยเกี่ยวกับสาขาธุรกิจดิจอทัลไปแล้วว่า สมัคร คณะบริหารธุรกิจ ของ ม.รังสิตแล้วมีดีอะไรบ้าง และอย่างที่รู้กันว่า สาขานี้เรียนเขียนโปรแกรมเพื่อเป็นประโยชน์สำหรับธุรกิจของน้อง ๆ เองค่ะว่า จะทำอย่างไรให้ไปรอด ทีนี้พี่ก็มีเทคนิคดี ๆ มาฝากจากสาขาธุรกิจดิจิทัลมาฝากกันค่ะ ทั้งนี้เป็นพื้นฐานง่าย ๆ ที่ทุกคนเริ่ทสามารถทำได้ นั่นก็คือ ‘การเขียนบทความ SEO’ นั่นเอง ซึ่งเป็นการทำการตลาดดิจิทัลรูปแบบหนึ่งที่ทำให้คนเห็นเว็บไซต์ผ่านการเสิร์ชคำใน Google ทั้งนี้พี่จะขอกล่าวถึงเจ้า SEO ก่อนนะคะว่ามันคืออะไร เราควรเริ่มต้นอย่างไร แล้วเครื่องมืออะไรบ้างที่เราควรมีเพื่อประกอบการทำค่ะ

 
10 SEO (2)

 

SEO คืออะไร ?

          กล่าวโดยง่ายก็คือ การทำให้เว็บไซต์เรา ไปติดหน้าแรกของ Google ในคำนั้น ๆ เช่น หากน้องทำธุรกิจดิจิทัลด้วยการเปิดร้านรขายรองเท้ากีฬา และมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง น้องสามารถทำให้ลูกค้าเห็นลิ้งก์เว็บไซต์ขอวน้องในหน้าแรก ๆ ของ Google ในคำค้นที่เกี่ยวข้องกับสินค้าของน้องอย่าง คำว่า ‘รองเท้ากีฬา’ และคำอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

 

จะเริ่มต้นทำได้อย่างไร ?

          วิธีการทำนั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิดค่ะ เพียงแต่ทักษะที่น้องต้องมีเพื่อข้อความที่น้องเขียน มาประกอบเป็น ‘บทความ’ สามารถแยกเป็นตามนี้ค่ะ ทั้งนี้พี่จะเรียงไปตามลำดับขั้นตอนว่าต้องเริ่มข้อไหนเป็นข้อแรกสุด

 

1. ทักษะการเลือกประเด็นที่จะเขียน SEO

          สิ่งแรกก่อนที่น้องจะเริ่มต้นเขียนบทความก็คือ น้องจะต้องรู้ว่า ‘น้องอยากเขียนเรื่องอะไร’ หลายอาจจะตอบได้ว่า ‘อยากเขียนเรื่องเกี่ยวกับรองเท้ากีฬา’ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเขียนเจาะประเด็นไหนดี วิธีง่าย ๆ ที่พี่มักทำประจำก็คือ ‘เทคนิคการกระจายความคิด’ ค่ะ โดยให้น้องหยิบกระดาษขึ้นมาสักแผ่น และวางคำว่า ‘รองเท้ากีฬา’ วางไว้ตรงกลางกระดาษ จากนั้นให้น้องรวบรวมความคิดที่เกี่ยวข้องกับร้องเท้ากีฬา เขียนกระจายรอบคำ ๆ นั้นให้ได้มากที่สุดตามที่น้องนึกได้ เช่น รองเท้ากีฬาใส่ไปเที่ยว รองเท้ากีฬาแฟชั่น รองเท้าสวย รองเท้าเซฟข้อเท้า ยี่ห้อรองเท้ากีฬายอดฮิตติดใจ เป็นต้น และนำความคิดที่ได้มาเลือกสรรว่า ตกลงเราอยากเขียนในแง่มุมอะไรค่ะ

10 SEO (3)

 

2. ทักษะการหาคำค้นหา (Keyword Searching)

          ต่อมาก็คือการเลือกคำที่ใช้ประกอบการเขียน หลายคนสงสัยว่าทำไมเราต้องเลือกคำที่ใช้สำหรับเขียนบทความ อย่างแรกก็เพราะเราจะได้รู้ว่า คำที่เกี่ยวข้องกับบทความเรา มีคนใช้คำนี้ค้นหาต่อเดือนกี่คน ความยากของคำ ๆ นั้นมากน้อยเพียงใด อย่างที่สองก็คือเพื่อให้เราสามารถโฟกัสในคำ ๆ นั้น และบอกให้ Google รู้ว่า บทความของเรา เน้นคำ ๆ นี้นะ เช่น บทความฉันเกี่ยวกับคำว่า ‘รองเท้ากีฬาใส่เที่ยว’ ไม่ใช่ ‘รองเท้ากีฬา’ เฉย ๆ

 

เครื่องมือที่แนะนำ

          หากเป็นกรณีที่น้องพึ่งเริ่มเขียนบทความ และยังใช้งานได้ฟรี พี่แนะนำให้ใช้ ของคุณ Neil Patel ค่ะ เครื่องทือจะเป็นจะเก็บสถิติข้อมูลของคำ ๆ นั้นว่า เฉลี่ยต่อเดือนมีคนค้นหาคำ ๆ นั้น กี่ครั้งต่อเดือน ความยากของคีย์เวิร์ดเท่าไหร่ และเงินที่ใช้ยิงโฆษณาจะตกเฉลี่ยเท่าไหร่ค่ะ แต่ข้อจำกัดของการใช้งานคือ น้อฝสามารถใช้ฟรีได้เพียง 3 ครั้งค่ะ หากเกินกว่านั้นจะต้องเสียค่าบริการรายเดือนเพื่อจะสามารถใล้งานได้เต็มที่ค่ะ

 

       *หมายเหตุ : หากน้องเลือกใช้ Google Keyword Planner เป็นเครื่องมือสำหรับค้นหาคีย์เวิร์ด จะเหมาะสมอย่างมากหากน้องเคยใช้บริการยิงโฆษณาของ Google Ads ในหลักพันถึงหลักแสนค่ะ ยิ่งน้องลงเงินโฆษณาในเครื่องมือนี้มากเท่าไหร่ การเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของเครื่องมือนั้นก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น หากน้องไม่ได้ลงเงินกับโฆษณา Google Ads มากเท่าไหร่ การเข้าถึงข้อมูลจะจำกัดค่

 

3. ทักษะการเขียนโครงเรื่อง (Outline)

     เมื่อหาวัตถุดิบทุกอย่างพร้อมแล้ว สิ่งต่อไปคือการวางโครงเรื่องบทความค่ะ การที่น้องจะเขียนบทความสักชิ้นหนึ่งได้ สิ่งสำคัญก็คือการวางแผนค่ะว่า ตลอดทั้งบทความ จะเขียนเรื่องอะไร และภายในนั้นจะต้องประกอบไปด้วยหัวข้ออะไรบ้าง และควรปิดจบอย่างไร เช่น หากน้องต้องการเขียนเรื่องเกี่ยวกับ ‘รองเท้าใส่ไปเที่ยว’ ว่าควรใส่ยี่ห้อไหนบ้าง องค์ประกอบที่ควรจะได้เป็นดังนี้ค่ะ

  1. บทนำ (เกริ่นนำ)

  2. ทำไมรองเท้ากีฬา ถึงเป็นได้มากกว่า ‘รองเท้ากีฬา’

  3. รองเท้ากีฬาสามารถใส่ไปเที่ยวในกิจกรรมไหนได้บ้าง

  4. ยี่ห้อรองเท้ากีฬาแนะนำที่สามารถใส่ออกไปเที่ยวได้

     4.1.  Nike

     4.2.  Addidad

     4.3.  Puma

  1. สรุป

             จากตรงนี้น้องจะเห็นว่า การกำหนดหัวข้อแบบนี้ จะทำให้เรารู้ว่า เราต้องเขียนอะไรบ้าง พอเขียนจุดนี้เสร็จแล้วจะต้องเขียนส่วนไหนต่อไป และน้องควรใช้คีย์เวิร์ดที่หามาได้ กระจายให้ทั่วบทความ โดยไม่ควรใส่คีย์เวิร์ดนั้นถี่เกิด 30% ของบทความทั้งหมดค่ะ

 
10 SEO (4)

 

4. ทักษะการใช้งานเว็บไซต์สำเร็จรูป หรือการเขียนโค้ด (Coding)

          ทักษะสุดท้ายสำหรับการทำธุรกิจดิจิทัลที่ฟังแล้วอาจทำให้เราตกใจ แต่จริง ๆ ไม่ได้ยากอย่างที่คิดค่ะ เนื่องจากปัจจุบันเรามีแพลตฟอร์มสำหรับสร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปขึ้นมา เช่น WordPress, Squarespace, Wix และอื่น ๆ อีกมากมายให้บริการค่ะ ทั้งนี้สามารถใช้ลงเพื่อเผยแพร่บทความในเว็บไซต์ได้เลย แต่ก่อนลง น้องจะต้องใช้ ‘ปลั๊กอิน’ (Plugin) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สำหรับปรับแต่งและเพิ่มประสิทธิภาพของเว็บไซต์ให่เป็นเสียก่อนคาะ โดยตัวที่พี่ต้องการให้เน้นอย่างขาดมิได้คือ Yoast SEO ซึ่งตัวนี้จะเป็นตัวเช็คเบื้องต้นค่ะว่า บทความของน้องเหมาะพอที่ Google จะดึงเว็บไซต์น้องมาจัดอันดับในหน้าแรกของคำ ๆ นั้นหรือเปล่าค่ะ ซึ่งสิางที่น่องต้องใส่ก็จะมีตั้งแต่ SEO Title, Meta Description, Slug, Alt Image ฯลฯ

          เป็นยังไงกับบ้างคะกับการทำ SEO ถ้าใครอยากรู้การทำmujลึกกว่าเดิม พี่แนะนำให้ สมัครคณะบริหาร สาขาธุรกิจดิจิทัล ที่จะสอนเรื่องการทำเรื่องธุรกิจออนไลน์อย่างครบครัน ใครสนสนใจสามารถคลิ๊กดูรายละเอียดที่ลิ๊ง์ด้านล่างได้เลย

 

 

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาขาธุรกิจดิจิทัล

รายละเอียดหลักสูตร : สาขาธุรกิจดิจิทัล

สมัคร คณะบริหารธุรกิจ : คณะบริหารธุรกิจ

สาขาวิชาธุกิจดิจิทัลคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต

#บริหารรังสิต #RBSRSU #DEK65 #มอรังสิต #สมัครคณะบริหาร #SEO #ธุรกิจดิจิทัล

contact

โทร : 02-791-6000
หรือโทร : 081-7056585
แฟ็กซ์ : 02-791-5577
อีเมล : ba-rsu@rsu.ac.th
Line @rbsrsu

Address

มหาวิทยาลัยรังสิต เลขที่ 52/347
หมู่บ้านเมืองเอก ถ.พหลโยธิน
ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี 12000

 

Link

มหาวิทยาลัยรังสิต
สำนักงานทะเบียนมหาวิทยาลัยรังสิตบัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยรังสิต
TJ
QA 
RBS

Follow Us

© Rangsit Business University

Scroll to Top